ยินดีต้อนรับ

ยินดีต้อนรับผู้ที่สนใจข้อมูลโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายทุกท่าน

บทความ

Best Blogger Tips

ข่าวสาร - กรุงเทพธุรกิจ

ปฎิทิน

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

กาญจนบุรีกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ

Written By [v] on 15 มิถุนายน 2555 | 10:50







นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดการสัมมนาเขตเศรษฐกิจพิเศษของจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจฝั่งตะวันตก หรือ ทวาย และประชาคมอาเซียน โดยนายไชยา พรมมาประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญตัวแทนจากภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมสัมมนาและอภิปรายใน 4 หัวข้อ คือ การพัฒนาระบบการเงินการคลัง การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐาน การเสนอร่างกฎหมาย การพาณิชย์อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว โดยได้เลือกกาญจนบุรี เป็นด่านแรกของการเปิดประตูเศรษฐกิจฝั่งตะวันตกของประเทศเพื่อรองรับการเปิดเสรีเศรษฐกิจประชาคมอาเซียนในปี 2558 เพราะนับวันเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านจะมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ความเป็นไปได้ในการจัดตั้งเศรษฐกิจพิเศษค่อนข้างสูง เพราะทั้งรัฐบาลไทยและพม่าต่างก็ให้ความสำคัญ ขณะที่อินเดียก็พร้อมผลักดันให้เปิดเส้นทางคมนาคมทางบกเชื่อมไปยังประเทศอินเดีย เพราะจุดที่ใกล้ที่สุดคือจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งนักธุรกิจไทยจะได้ประโยชน์ โดยจะเร่งดำเนินการเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อนำเข้าคณะรัฐมนตรีภายใน 2 เดือนนี้


ข่าวเศรษฐกิจช่อง 7
10:50 | 0 comments | Read More

ผู้ว่ากาญ ดันแผนพัฒนาพื้นที่รับ โปรเจคทวาย

Written By [v] on 13 มิถุนายน 2555 | 11:30





กาญจน์เปิดแผนยุทธศาสตร์ดันตั้งเขตศก.พิเศษ
นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ให้สัมภาษณ์ศูนย์ข่าว TCIJ ว่า จังหวัดกาญจนบุรีเริ่มศึกษาแนวทางยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจภาคตะวันตก มาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว หลังจากรัฐบาลไทยกับพม่าร่วมกันลงนามบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย และพัฒนาถนนเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือทวายมายัง จ.กาญจนบุรี เมื่อปี 2551 โดยร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.) และกระทรวงมหาดไทย จัดทำแผนบูรณาการการพัฒนา จ.กาญจนบุรีให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคตะวันตก
ทั้งนี้จากรายงานระบุว่า จ.กาญจนบุรี นับเป็นจังหวัดที่มีความเหมาะสมในหลายด้าน ทั้งสภาพพื้นที่ที่อยู่ห่างจากท่าเรือน้ำลึกทวายเพียง 160 กิโลเมตร ทำให้สะดวกต่อการขนส่ง คมนาคม และยังเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรม และการบริการ ในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันตก ที่สำคัญ จ.กาญจนบุรี ยังมีศักยภาพสูงด้านการค้าการลงทุนผ่านแดนและชายแดน ทำให้ที่ผ่านมาจึงมีความพยายามผลักดันจากทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ เพื่อขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลผลักดันให้เกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน จ.กาญจนบุรี ทั้งที่ด่านพุน้ำร้อน อ.เมือง และด่านเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี โดยหวังว่า จะทำให้เกิดประโยชน์การการค้า การลงทุนทางเศรษฐกิจภาคตะวันตก
ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีกล่าวว่า สำหรับแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว ได้นำเสนอต่อรัฐบาลไปแล้ว และหลังจากนี้จะมีการผลักดันต่อไป ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีนักธุรกิจทั้งในพื้นที่นอกพื้นที่ เดินทางเข้ามาในกาญจนบุรีกันมาก เพื่อหาช่องทางการลงทุน และยังมีการเดินทางเข้าไปในทวาย ปีละไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง พบว่า การก่อสร้างในฝั่งพม่าคืบหน้าไปมาก ทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น ความจำเป็นที่กาญจนบุรี จะต้องกลับมาคิดต่อคือ จะทำอย่างไรที่จะทำให้จังหวัดได้รับประโยชน์จากโครงการนี้มากที่สุด ซึ่งหมายถึงประโยชน์ทางด้านการค้าจะเป็นของประเทศไทยด้วย
เชื่อเป็นจุดผ่านโลกจิสติกส์สำคัญ
จากผลการขับเคลื่อนดังกล่าวนายชัยวัฒน์ระบุว่า ขณะนี้สิ่งที่ต้องดำเนินการนอกจากประเด็นการผลักดันให้เกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนแล้ว ยังต้องมองต่ออีกว่า การที่กาญจนบุรีจะกลายเป็นจุดผ่านสำคัญของการขนส่งโลจิสติกส์ บนเส้นทาง Southern Economic Corridor จากท่าเรือน้ำลึกทวาย-แหลมฉบัง- ท่าเรือสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ไปสิ้นสิ้นสุดที่ท่าเรือวังเตา ประเทศเวียดนามนั้น กาญจนบุรีจะได้ประโยชน์อะไรบ้างจากการเป็นเมืองหน้าด่าน และการเกาะเกี่ยวไปกับระบบการขนส่งขนาดใหญ่นี้ โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า หากกาญจนบุรีจะวางบทบาทของตัวเองเป็นเมืองหน้าด่านของระบบการขนส่ง ในช่วงขาขึ้น ที่สินค้าจะเดินทางมาจากท่าเรือน้ำลึกทวาย แล้วถูกขนส่งต่อไปอาจจะไม่มีการหยุดพักเพื่อเปิดหีบห่อที่กาญจนบุรีเลย ดังนั้นในการขนส่งขาขึ้นนี้กาญจนบุรีจะฉกฉวยโอกาสเพื่อได้ประโยชน์อย่างไร ในขณะที่การขนส่งขาลง หลายฝ่ายมองว่า เป็นโอกาสสำคัญที่กาญจนบุรี ได้ประโยชน์อย่างแน่นอน เพราะด้วยระยะเส้นทางเพียง 160 กิโลเมตรนั้น ย่อมเกิดกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจกับพื้นที่ ในฐานะเมืองหน้าด่าน
นายทุนลุยกว้านซื้อที่ดินเก็งกำไรแล้ว
เมื่อถามถึงความตื่นตัวของคนกาญจนบุรี ต่อการขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ในพื้นที่เพื่อรองรับโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย นายชัยวัฒน์กล่าวว่า คนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักลงทุน ที่เข้ามากว้านซื้อที่ดินในพื้นที่และกำลังกลายเป็นปัญหา เพราะที่ดินในจ.กาญจนบุรี เป็นที่ดินในกฤษฎีกาหวงห้าม หลายแห่งไม่มีโฉนด ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาก ขณะเดียวกันจังหวัดมีนโยบายไปยังภาคการศึกษาในทุกระดับในพื้นที่เพื่อเตรียมพร้อมด้านทรัพยากรบุคคล โดยเร่งรัดว่าในหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี สถาบันการศึกษาในพื้นที่จะต้องกำหนดทิศทาง ในการผลิตคนออกมาเพื่อให้สอดรับกับเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นให้ได้ เพราะสิ่งสำคัญคือต้องการให้บุคลากรที่จะเข้าสู่ระบบ จะต้องเป็นคนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับชาวกาญจนบุรีมากที่สุด โดยมองว่า ไม่อยากให้คนในพื้นที่ ได้ประโยชน์แค่เพียงการเกาะรั้วเศรษฐกิจ ทำสถานบันเทิง ที่ไม่ยังยืนเท่านั้น
ในส่วนของการศึกษาระดับต้น ได้เร่งรัดให้เปิดการเรียนการสอน ภาษาอังกฤษ และภาษาพม่าในโรงเรียนในพื้นที่ทั้งหมด โดยมีจุดประสงค์เพื่อการเพิ่มโอกาสให้คนในพื้นที่ คนรุ่นใหม่ เพราะเชื่อว่าหลังจากนี้หากโครงการเป็นรูปธรรม การขยายการพัฒนา จะทำให้มีนักลงทุน รวมไปถึงแรงงานพม่าเข้ามาในพื้นที่มาก หากไม่รู้ภาษาทั้งอังกฤษ และพม่า ไม่เพียงจะทำให้เสียโอกาสในด้านต่างๆ แล้ว ยังอาจจะทำให้เสียที ถูกหลอกเอาได้อีกด้วย  ส่วนที่เป็นรูปธรรมอื่นๆ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีกล่าวว่า คงจะเป็นการเร่งพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ บ้านพุน้ำร้อน อ.เมือง ทั้งการจัดหาระบบน้ำประปา ไฟฟ้า การก่อสร้างถนน บริหารจัดการพื้นที่ พร้อมกับการให้ข้อมูลความรู้กับชาวบ้านในพื้นที่เพื่อเตรียมรับกับรูปแบบเศรษฐกิจใหม่ที่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในเร็วๆ นี้



11:30 | 0 comments | Read More

ประกาศขายที่ดินบ้านพุน้ำร้อนประตูสู่ทวาย ทำเลดีติดถนน

Written By [v] on 10 มิถุนายน 2555 | 09:31


ขายที่ดินบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า เมืองกาญ เป็นทำเลติดถนน 70ไร่ ราคาไร่ละ 350,000 บาท เจ้าของขายเอง ลงทุนรองรับการเปิดประเทศของพม่าและโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย เหมาะกับการค้าขายในอนาคต
สนใจติดต่อคุณปัญญา 0835059464
09:31 | 0 comments | Read More

"ถนนทวาย-พุน้ำร้อน" แรงจัด สำนักนายกฯสั่ง สศช.จับมือ มท.ดันกาญจน์เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคตะวันตก

Written By [v] on 9 มิถุนายน 2555 | 16:10




กาญจนบุรี - ถนนทวาย-พุน้ำร้อน เมืองกาญจนบุรีแรงจัด สำนักนายกฯ สั่ง สศช.จับมือมหาดไทยดันกาญจน์เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคตะวันตก ผู้ว่าฯกาญจนบุรีเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 19 ม.ค.นี้
จากการที่บริษัท อิตัลไทย ดีเวลอปเม้นต์ จำกัด (มหาชน) ได้รับสัมปทานสำรวจศึกษาออกแบบและก่อสร้างท่าเรือน่ำลึกทวายและถนนเชื่อมต่อจากท่าเรือน้ำลึกทวาย มายังบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ทำให้วันนี้ (13 ม.ค.54) เมื่อเวลา 15.20 น. นายณฐพลษ์ วิเชียรเพริศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้เดินทางลงพื้นที่บ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เพื่อดูข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าการศึกษาความเหมาะสมในการจัดตั้งศูนย์ราชการชายแดนบ้านพุน้ำร้อน และได้เดินทางไปดูบริเวณจุดเชื่อมต่อถนนทวาย-บ้านพุน้ำร้อน ที่จะเป็นจุดที่ตั้งด่านการค้าผ่านแดนบ้านพุน้ำร้อนด้วย

นายณฐพลษ์ วิเชียรเพริศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมว่า ตนลงพื้นที่มาดูความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมในพื้นที่บ้านพุน้ำร้อน ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการเรื่องการพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรีให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจภาคตะวันตก

โดยในวันที่ 19 ม.ค.นี้ ทางจังหวัดกาญจนบุรี จะเรียกประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชน ผู้แทน อปท. ผู้แทนองค์กรเอกชน ผู้แทนภาคประชาชน และส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมกับ สศช. เพื่อร่วมกำหนดแนวคิดแผนงานโครงการและมาตรการบูรณาการพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี ให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจภาคตะวันตกต่อไป

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวต่อว่า ถือว่าจังหวัดกาญจนบุรีได้รับโอกาสที่ดีมาก ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดต้องมีความพร้อมรองรับการพัฒนา ซึ่งต้องได้รับฟังแนวคิดข้อแนะนำโดยผ่านการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อนำไปสู่การวางแผนพัฒนา เพราะขณะนี้โครงการทวายโปรเจกต์เดินหน้าไปมากพอสมควร จังหวัดกาญจนบุรี จึงต้องมีความพร้อมรองรับการพัฒนาอย่างเหมาะสมรอบคอบและต้องช่วยกันระดมสมองเพื่อให้เกิดประโยชน์กับชาวจังหวัดกาญจนบุรีและประเทศไทยสูงสุด


     
       มีรายงานข่าวว่า ความคืบหน้าการสร้างถนนทวายในพม่าเชื่อมต่อมายังบ้านพุน้ำร้อน โดยถนนลำลองจะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ.54 นี้ ทำให้มีผู้สนใจทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวต่างมีความประสงค์จะขอผ่านแดนเดินทางไปท่องเที่ยวจำนวนมาก

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
16:10 | 0 comments | Read More

รัฐต้องเอาจริงกับการพัฒนาโครงการที่เกี่ยวข้องกับท่าเรือทวาย

Written By [v] on 6 มิถุนายน 2555 | 21:42


            โครงการพัฒนาท่าเรอน้ำลึกทวายเปรียบเสมือนการเปิดประตูการค้ากับฝั่งตะวันตก ทำให้การขนส่งสินค้าง่ายและรวดเร็วขึ้นมาก ซึ่งไทยมีแหล่งอุตาสาหกรรมการผลิตอยู่หลายแห่งภายในประเทศที่จะส่งผลดีกับประเทศไทยอย่างมาก จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตขึ้นรัฐบาลจึงควรให้ความสำคัญกับแผนการพัฒนาโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับท่าเรือน้ำลึกทวายนี้ ซึ่งล่าสุดการประชุม ครม. สัญจรที่มีขึ้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ได้มีการอนุมัติงบประมาณจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเชื่อมโยงท่าเรือน้ำลึกทวายซึ่งเป็นสัญญาณดีที่อย่างหนึ่งว่ารัฐบาลนายกยิ่งลักษณ์ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจนี้ แต่หากจะให้ประสบความสำเร็จนั้น จำเป็นต้องเร่งสร้างความร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงความสัมพันธ์กับประเทศพม่า ในส่วนของภาครัฐยังต้องเร่งจัดการเปิดจุดผ่านแดนที่บ้านพุน้ำร้อน เพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจรในพื้นที่รอยต่อที่จะเข้าไปยังพม่า การเตรียมความพร้อมด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อกับประเทศพม่า ทั้ง การขนส่งที่เป็น ถนน รถไฟ รัฐบาลต้องสนับสนุนและจัดสรรงบประมาณเข้าไปดำเนินการอย่างเร่งด่วน ฉะนั้นประเทศไทยได้เปรียบในเรื่องของพรหมแดนที่มีชายแดนติดกับประเทศพม่าแล้วจึงควรใช้ข้อได้เปรียบนี้ให้เป็นประโยชน์
21:42 | 0 comments | Read More

ซีพีแนะจับตา"พม่า"ผงาดในAEC

Written By [v] on 5 มิถุนายน 2555 | 11:41



AEC

ซีพีแนะจับตา"พม่า"ผงาดในAEC เตรียมพร้อมก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ขณะที่ไทยยังติดกับดักการเมือง

     นายบุญเกียรติ ชีวะตระกูลกิจ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนากลยุทธ์และธุรกิจ  บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อีสาน จำกัด(มหาชน) ถ่ายทอดบทความผ่าน คอลัมน์ คุยกับ ซี.พี. ใน C.P.-News โดยระบุว่า ยุทธศาสตร์การค้าการลงทุนของ "พม่า" เปลี่ยนแปลงไปนับตั้งแต่ "ออง ซาน ซูจี" ได้รับอิสรภาพ และทุกย่างก้าว ทุกความเคลื่อนไหวของพม่าก็เป็นที่จับตามองจากโลกภายนอก เนื่องด้วยพม่าอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เป็นขุมทองแห่งใหม่นักลงทุนจากนานาประเทศ ในขณะที่พม่าเองก็พยายามอย่างแรงกล้าที่จะทะลายกำแพงที่ปิดกั้นประเทศมายาวนานออกไปให้หมดสิ้น เพื่อนำพาประเทศยืนหยัดอย่างมั่นคงบนเวทีโลก เริ่มจากการนำประเทศก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558

รัฐบาลพม่า ส่งสัญญาณหลายประการที่แสดงให้เห็นถึงแสงสว่างเรืองรองที่เปล่งประกายให้พม่าโดดเด่น  โดยเฉพาะการที่ "พม่า" จะต้องเข้ารับตำแหน่งประธานอาเซียน ในปี 2557  เป็นสัญญาณที่มีนัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของพม่า

เชื่อว่า นับจากวันนี้ไป พม่ามีแต่จะพุ่งทะยานไปข้างหน้า เพราะในด้านการเมือง การเจรจาสงบศึกกับกองกำลังชนกลุ่มน้อยซึ่งมีมากถึง 16 กลุ่ม ก็ประสบความสำเร็จด้วยดีตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพรัฐฉานของเจ้ายอดศึก ประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉานของชาวไทยใหญ่ หรือกะเหรี่ยง KNU ที่ตั้งอยู่ใกล้ชายแดนไทยด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นสัญญาณบวกต่อความปรองดองและการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยของพม่าชัดเจนมากขึ้น

แม้พม่าจะปิดประเทศเป็นเวลายาวนาน แต่พลันที่เปิดประเทศ ก็ได้มีการวางรากฐานในการพัฒนาประเทศอย่างเป็นแบบแผน ที่สามารถกล่าวได้ว่า “พม่าลึกล้ำ” โดย

ด้านการปกครอง มีสิงคโปร์เป็นต้นแบบ

ด้านการลงทุน มีจีนและเกาหลีเป็นต้นแบบ

ด้านการพัฒนาตลาดทุน มีญี่ปุ่นเป็นต้นแบบ

ด้านการเกษตร มีเวียดนามเป็นต้นแบบ


นอกจากนี้ พม่า ยังมีประชากรมากถึง 50 ล้านคน ถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่เตะตานักลงทุนจากทั่วโลก  รวมถึงไทย...

ด้วยเหตุนี้ จึงมั่นใจได้ว่า ประเทศที่แสนจะล้าหลังชาวบ้านในแทบทุกด้าน แต่ร่ำรวยทรัพยากรเป็นอันมากประเทศนี้ จะเดินหน้าสู่ความรุ่งเรืองได้อย่างแน่นอน

"พม่า จึงเป็นโอกาสที่อลังการ ประเทศไทยซึ่งอยู่ใกล้ชิดมากที่สุด ได้เห็นโอกาสนี้หรือยัง ? เรายังขาดการบูรณาการ เชื่อมโยงทุกภาคส่วน เพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์ทางการค้าการลงทุนร่วมกันระหว่างไทยและพม่า"

ภาคเกษตรกรรม ยังเป็นหัวใจของพม่า เพราะเป็นแหล่งรายได้หลักของประชากรในประเทศ พม่าเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีพื้นที่ราบเหมาะแก่การทำเกษตรมากที่สุด โดยมีพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 678,500 ตารางกิโลเมตร โดยเฉพาะที่ราบลุ่มแม่น้ำอิระวดี ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญของพม่า เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญอีกแห่งของโลกที่จะรองรับการสร้างความมั่นคงทางอาหารแก่พลเมืองโลก

ข้าว เป็นสินค้าเกษตรที่สำคัญ และพม่ามีพื้นที่ปลูกข้าวมาก ซึ่งหากมีการพัฒนาด้านพันธุ์ข้าวทั้งในแง่ของการเพิ่มคุณภาพและผลผลิต ก็เชื่อว่าพม่าจะไม่เป็นรองใครในตลาดข้าวโลก ซึ่งไทยจะต้องเดินหน้าปรับยุทธศาสตร์ข้าวเพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้

เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซี.พี.เข้าไปลงทุนในพม่ามาตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปัจจุบันกล่าวได้ว่าวางรากฐานด้านการเกษตรในพม่าไว้อย่างมั่นคง ทั้งด้านการผลิตอาหารสัตว์ และการปศุสตว์ ฯลฯ และเมื่อพม่าเปิดประเทศจึงเป็นโอกาสดีที่จะต่อยอดธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น

การก้าวเข้ารับบทบาทประธานอาเซียนของพม่า น่าจะส่งผลเชิงบวกต่อไทย  ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนในระยะยาว  เนื่องจากไทยเป็นสมาชิกอาเซียนที่มีความสัมพันธ์ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านกับพม่า จึงน่าจะได้อานิสงส์จากการปฏิรูปทางการเมืองของพม่าซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อพม่าและอาเซียน ในขณะเดียวกันการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพม่าเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเป็นประธานอาเซียนก็จะช่วยเอื้อโอกาสการขยายตัวทางการค้า การลงทุนระหว่างไทยกับพม่า
11:41 | 0 comments | Read More

คนกาญฯ เตรียมความพร้อมกับโครงการท่าเรือทวาย

   

     ทุกวันนี้ข่าวการปฏิรูปประเทศพม่ามีออกมาให้เห็นแทบทุกวัน พม่ากลายเป็นประเทศที่เนื้อหอมที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนนี้ หลายๆประเทศยักษ์ใหญ่ต่างเอาใจและต้อนรับการมาเยือนของผู้นำประเทศพม่า ทำให้ทิศทางการปฏิรูปพม่านั้นชัดเจนและสดใสขึ้นมาก หลายฝ่ายต่างจับตามองการพัฒนาโครงการต่างๆในพม่าซึ่งถ้าหากโครงการเหล่านี้ประสบความสำเร็จก็จะทำให้เศรษฐกิจของอาเซียนเติบโตขึ้นอีกมาก เพราะพม่ามีทั้งทรัพยากรต่างๆมากมาย อีกทั้งยังมีภูมิประเทศที่ติดทะเลซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในเรื่องของโลจิสติก จึงมีหลายฝ่ายจับตามองเมกกะโปรเจคท่าเรือน้ำลึกทวายที่ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งแน่นอนหากโครงการนี้สำเร็จจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทั้งสำหรับพม่าและประเทศไทยด้วย
     
      เนื่องมาจากโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย หมู่บ้านพุน้ำร้อน ตำบลบ้านเก่า จังหวัดกาญจนบุรี ในช่วงก่อนนี้ถูกจับตามองจากนักลงทุนอย่างเงียบๆในฐานะที่จะถูกจัดให้เป็นเศรษฐิจพิเศษหากโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายประสบความสำเร็จ เพราะเป็นพื้นอยู่ติดชายแดนไทยพม่าและอยู่ใกล้กับท่าเรือน้ำลึกทวายเพียงไม่กี่ร้อยกิโลเมตร แต่หลังจากข่าวการเปิดประเทศและการพัฒนาและปฏิรูปประเทศของพม่าอย่างต่อเนื่องยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นในโครงการดังกล่าวให้กับนักลงทุนและเป็นที่รับรู้ของคนทั่วไปมากขึ้น
   
       คนเมืองกาญจึงเริ่มตื่นตัวและเตรียมรับมือกับความเจริญที่เรียกว่าอาจจะเป็นแบบก้าวกระโดด หน่วยงานต่างๆในจังหวัดทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนได้เตรียมแผนพัฒนาพื้นที่ต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ทันไปพร้อมกับการพัฒนาของประเทศพม่าด้วย แม้กระทั้งโรงเรียนสถานศึกษาก็ตื่นตัวกับเรื่องนี้ ได้มีการให้ความรู้ข่าวสารต่างๆกับนักเรียนหรือแม้กระทั่งจะมีการเปิดหลักสูตรสอนภาษาพม่าเพื่อพร้อมกับการค้าขายกับประเทศพม่า ถือเป็นช่องทางรายได้ที่มหาศาลมากอีกด้วย


11:23 | 0 comments | Read More

ขายที่ดินแถวบ้านพุน้ำร้อน

Written By [v] on 3 มิถุนายน 2555 | 15:22




1.      ขายที่ดินบ้านลำทรายมีน้ำไฟพร้อมที่ถมแล้วติดถนนสายพุน้ำร้อนจำนวน 5 ไร่





2.      ขายที่ดินบ้านทุ่งศาลามี 3 แปลง 10 ไร่, 100 กว่าไร่, 4 ไร่ 2 งาน  ที่ดินอยู่ติดถนนสายขึ้นพุน้ำร้อน





3.      ขายที่ดินอยู่บ้านพุน้ำร้อน 20 ไร่, 5 ไร่, 2 ไร่ และที่ในล็อคเศรษฐกิจใกล้ส่วนราชการ





4.      ขายที่ดินบ้านประตูด่าน จำนวน 2 แปลง 50 ไร่, 100 ไร่ ที่ดินอยู่ติดถนนสายขึ้นพุน้ำร้อนทุกแปลง





5.      ขายที่ดินบ้านห้วยน้ำขาวสายขึ้นพุน้ำร้อนจำนวน 4 แปลง ที่ดินมี 20 ไร่, 8 ไร่, 60 ไร่, 30 ไร่


15:22 | 0 comments | Read More

ผลการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร อนุมติแผนพัฒนาพื้นที่เชื่อมโยงท่าเรือน้ำลึกและนิคมฯทวาย


               วันที่ 20 พฤษภาคม 2555 – ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ณมหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรี โดย น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม เห็นชอบข้อเสนอของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่เสนอแนวทางให้พัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือน้ำลึกทวายของพม่า โดยมอบหมายนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ (กบส.) ไปดำเนินการต่อ
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงข่าวผลประชุม ครม. ว่า ครม. เห็นชอบข้อเสนอของสำนักคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เกี่ยวกับแนวทางพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจเชื่อมโยงฝั่งตะวันตกกับสหภาพเมียนมาร์ หรือโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวายนั้น ที่ประชุม ครม.ได้เห็นชอบตามที่ สศช.นำเสนอในการสนับสนุนการเตรียมความพร้อมของประเทศพม่า และมอบหมายให้คณะกรรมการพัฒนาระบบขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ (กบส.) ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.การคลังเป็นประธาน รับไปพิจารณาดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.53
พุน้ำร้อน-ทวาย


เปิดข้อเสนอ กรอ. พัฒนาเส้นทางเศรษฐกิจทวาย

ข้อเสนอของ กรอ. จากที่ประชุมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม (เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับทวาย) มีดังนี้
1. สรุปโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย โดยมีสาระสำคัญดังนี้
  • รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณากลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนาเรื่องนี้ให้เกิด ขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางให้บริการโลจิสติกส์ในประเทศและ ประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีกาญจนบุรีเป็นแกนหลัก
  • ระยะที่ 1 ปี 2554-2558 ครอบคลุมท่าเรือด้านใต้ ซึ่งเป็นท่าเรือน้ำลึก ถนนเชื่อมโยงทวาย-ชายแดนไทย/พม่า 4 ช่องจราจร รวมทั้งการพัฒนาบริเวณด่านพรมแดนถนนเชื่อมโยงสนามบินทวายและพื้นที่ส่วน ราชการแบบเบ็ดเสร็จและ Township
  • ในระยะต่อไป เป็นการดำเนินการในระยะที่ 2 ปี ในช่วงปี 2556-2561 จะดำเนินการให้ครอบคลุมถนนในเขตนิคมฯ เพิ่มเติม เชื่อมโยงชายแดนไทย/พม่า เป็น 8 ช่องทาง รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น รถไฟ ท่อน้ำมัน เป็นต้น ซึ่งต้องมีการศึกษาในรายละเอียด
  • ทั้งนี้ การดำเนินโครงการฯ จะต้องเร่งเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน สนับสนับภาคเอกชนไทยกับพม่าร่วมกันสร้างโอกาสในการพัฒนา และการยกระดับความช่วยเหลือระหว่างไทยกับพม่า
  • หน่วยงานต่างๆ จะต้องวางแผนดำเนินการให้รองรับกับการพัฒนาของโครงการทวาย เช่น โครงข่ายถนนฝั่งไทย และโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนต่างๆ ในทุกจังหวัดที่อยู่เส้นทางเชื่อมโยง รวมถึงพิจารณาแม่แบบการลงทุนที่เหมาะสมทั้งส่วนที่เป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือการร่วมลงทุน
  • ที่ประชุมมีมติ มอบหมาย สศช. เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำแผนแม่บทพัฒนาความเชื่อมโยงของประเทศไทยกับท่า น้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย โดยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
2. การเร่งรัดการพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงภาคตะวันตก ประกอบด้วย (1) เร่งรัดโครงการก่อสร้างทางมอเตอร์เวย์ หมายเลข 81 เส้นทาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี-บ้านห้วยตลุง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี (2) ผลักดันโครงการก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์ (ช่วงที่ 2) เส้นทางบ้านห้วยตลุง อ.ท่าม่วง-บ้านพุน้ำร้อน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี (3) ผลักดันโครงการขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจรจากบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี -หมายเลข 3208 บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (เพชรเกษม) จ.ราชบุรี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและเชื่อมโยงโลจิสติกส์ลงสู่ภาคใต้
ที่ประชุมมีมติ มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมรับไปพิจารณาจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่ง เพื่อรองรับการพัฒนาท่าเรือทวายและการเปิดด่านบ้านพุน้ำร้อน พร้อมทั้งจัดลำดับความสำคัญของสายทางหลักและสายทางรอง และเสนอให้ ครม. พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
3. การเตรียมความพร้อมรองรับการพัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย และการเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจ Southern Economic Corridor (SEC) ประกอบด้วย (1) ผลักดันให้มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ (หรือเขตอุตสาหกรรม) บ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี (2) เร่งรัดยกระดับด่านชั่วคราวบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี เป็นด่านถาวร โดยในเบื้องต้นเฉพาะวันจันทร์ พุธ และศุกร์
ที่ประชุมมีมติ
  1. มอบหมายกระทรวงต่างประเทศ เป็นหน่วยงานหลัก รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับด่านพรมแดนระหว่างไทย-เมียนมาร์ และร่วมกับ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อประสานงานกับทางการของเมียนมาร์ในการเร่งรัดการเปิดจุดผ่านแดนชั่วคราว และเจรจาเพื่อขอเปิดจุดผ่านแดนบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี ถาวรต่อไป
  2. มอบหมายกระทรวงการคลัง เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมเพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายคน และสินค้าข้ามแดนและผ่านแดนให้มีประสิทธิภาพ โดยพิจารณาออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง จัดระบบบริหารจัดการและตรวจปล่อยคนและสินค้า รวมถึงบูรณาการระบบเอกสารและกระบวนการให้บริการให้สอดคล้องกับระบบ National Single Window
  3. มอบหมายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ศึกษาขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตร ไทย เพื่อเตรียมความพร้อมในการแข่งขันกับสินค้าเกษตรเมียนมาร์
4. การส่งเสริมและอำนวยความสะดวกการค้าชายแดนและการค้าข้ามแดน ไทย-พม่า ประกอบด้วย (1)ยกระดับด่านชั่วคราวพระเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี เป็นด่านถาวร (2) ยกระดับด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นด่านถาวร (3) เปิดจุดผ่อนปรนบ้านตะโกบน (กะลาโท่) บ้านตะโกล่าง ต.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
ที่ประชุมมีมติ
  1. รับทราบแนวทางการดำเนินงานของกองกำลังสุรสีห์ กระทรวงกลาโหม ในการแก้ไขปัญหาร่วมกับเมียนมาร์เพื่อให้มีการเปิดจุดผ่านแดนชั่วคราวพระ เจดีย์สามองค์ และเมื่อทั้งสองฝ่ายมีความพร้อม เห็นควรส่งเรื่องให้ สมช. พิจารณาความเหมาะสมในการยกระดับเป็นจุดผ่านแดนถาวรต่อไป
  2. มอบหมายกระทรวงการต่างประเทศ เร่งดำเนินการประสานเมียนมาร์ เพื่อร่วมดำเนินการจัดเก็บรายละเอียดสภาพภูมิประเทศ (Joint Detail Survey) ด่านสิงขร อ.เมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้แล้วเสร็จ
  3. มอบหมายกระทรวงมหาดไทยร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ติดตามและประเมินสถานการณ์การพัฒนาในเมียนมาร์ ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง และหากเห็นสมควรให้มีการเปิดจุดผ่อนปรนการค้าตะโกบนให้ดำเนินการตามระเบียบ และขั้นตอนต่อไป
พุน้ำร้อน-ทวาย

15:10 | 0 comments | Read More

เปิดพิมพ์เขียวโครงการพัฒนาเส้นทางสู่ทาเรือน้ำลึกทวาย


พุน้ำร้อน


              สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย จัดทำแผนบูรณาการการพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรีให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจภาคตะวันตก เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายของสหภาพพม่า ขณะที่ "สุกำพล" ลุยสร้างถนน-รถไฟเชื่อมทวาย เปิดทางเอกชนลงทุนมอเตอร์เวย์ 4.5 หมื่นล้านบาท

1. การพัฒนาท่าเรือน้ำลึกภายใต้โครงการ Dawei Development เป็นโอกาสเปิดประเทศไทยสู่เส้นทางการเดินเรือโลกสายใหม่ (New Global Maritime Route) และเชื่อมโยงผ่านพม่าไปยังประเทศจีน อินเดีย และ บังกลาเทศ รวมทั้งสร้างโอกาสการพัฒนากาญจนบุรีเป็นพื้นที่เศรษฐกิจชายแดน และ Logistics Hub เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยดึงดูดการลงทุนจากในประเทศและต่างประเทศ พัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมต่อเนื่องให้อยู่ในบริเวณเดียวกัน ซึ่งทำให้สะดวกในการควบคุมด้านแรงงานและสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

2. การพัฒนาท่าเรือน้ำลึก นิคมอุตสาหกรรม เมืองและรีสอร์ท ภายใต้โครงการ Dawei Development ในเนื้อที่ 250 ตารางกิโลเมตร จะทำให้เกิดความต้องการ วัสดุก่อสร้าง สินค้าอุปโภคบริโภค และสิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับนักธุรกิจ คนงาน และนักท่องเที่ยว ความต้องการนี้ จะสร้างโอกาสสำหรับนักธุรกิจไทยในการเพิ่มปริมาณและชนิดของสินค้าไปจำหน่ายในสหภาพพม่า รวมทั้งการวางตำแหน่งทวายให้เป็นแหล่งกระจายสินค้าเพื่อส่งต่อไปทางเหนือผ่านเมืองเย เมืองเมาะลำไย จนถึงย่างกุ้ง ขณะเดียวกันก็สามารถนำวัตถุดิบในสหภาพพม่า กลับเข้ามาผลิตและแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าในฝั่งไทย เช่น ไม้ สินแร่ ฯลฯ

3. มีโอกาสในการทำ Contract farming ในมณฑลตะนาวศรี (Tanintharyi) ซึ่งเป็นที่ราบกว้างใหญ่ แหล่งน้ำสมบูรณ์ นอกจากนั้นยังมีโอกาสย้ายฐานการผลิต/ขยายการค้าการลงทุนในสหภาพพม่าในระดับสูง เนื่องจากตลาดพม่าต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพ รวมทั้งสินค้าทุนและวัตถุดิบที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมสาขาต่างๆ อีกทั้งต้นทุนการขนส่งในสหภาพพม่าต่ำกว่าไทย เพราะขนส่งทางน้ำได้ตลอดปี นอกจากนั้นต้นทุนด้านการตลาดและอัตราค่าจ้างก็ต่ำกว่าไทย จึงเป็นโอกาสของนักลงทุนในการขยายตลาดและลดต้นทุนการประกอบการ

4. รัฐบาลไทยและรัฐบาลสหภาพพม่ามีนโยบายสนับสนุนโครงการ Dawei Development มาโดยลำดับ รัฐบาลไทยเน้นการพัฒนาเส้นทางขนส่งและระบบโลจิสติกส์เชื่อมโยง เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาค รัฐบาลของสหภาพพม่าถือว่าโครงการ Dawei Development เป็นโครงการระดับชาติ และได้ออกกฎหมาย Special Economic Zone เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2554 เป็นกฎหมายแม่สำหรับ การจัดตั้ง SEZ คาดว่ารัฐบาลพม่าจะออกกฎหมายลูก SEZ สำหรับโครงการ Dawei Development

5. โอกาสในการเจรจาเปิดจุดผ่อนปรนทางการค้าและจุดผ่านแดนถาวร ที่บ้านพุน้ำร้อน สืบเนื่องจากการสนับสนุนของรัฐบาลพม่าที่มีต่อโครงการ Dawei Development ซึ่งตามแผนจะมี Transborder Corridor จากท่าเรือน้ำลึกมาเชื่อมต่อกับทางหลวงของไทยที่บ้านพุน้ำร้อน และเนื่องจากบริเวณนี้ยังไม่มีชุมชนเมืองในรัศมีใกล้เคียง จึงน่าจะทำให้การปักปันเขตแดนมีความยุ่งยากน้อยกว่าบริเวณอื่น ทั้งนี้ การเปิดจุดผ่อนปรนทางการค้าและจุดผ่านแดนถาวร จะเป็นโอกาสขยายการค้าการลงทุนและเชื่อมโยงวงจรการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ตามแนวชายแดน และเป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาการเกษตร อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ซึ่งจะส่งผลให้กาญจนบุรีสามารถพัฒนาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคตะวันตก

6. รัฐบาลจีนมีแผนก่อสร้างทางรถไฟเชื่อมโยง Yunnan-Dawei โดยขอให้โครงการ Dawei Development ก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกเพิ่มอีก 1 ท่า สำหรับจีนโดยเฉพาะ เป็นโอกาสในของทางรถไฟไทยในการเชื่อมโยงกับทางรถไฟ Yunnan-Dawei ที่กาญจนบุรีตามแผน Trans Asian Railway ของ UN ESCA

ข้อจำกัด

1. ความไม่แน่นอนของกฎระเบียบการค้าชายแดนของสหภาพพม่า ที่เปลี่ยนแปลงบ่อยและยังไม่เอื้ออำนวย โดยเฉพาะการปิด-เปิดด่านชายแดน รวมทั้งท่าทีของทางการพม่าบางส่วนที่แสดงถึงความไม่ไว้วางใจต่อไทย ตลอดจนความเคลื่อนไหวในลักษณะต่อต้านการซื้อสินค้าไทย ความเข้มงวดของทางการพม่าบริเวณชายแดน ส่งผลให้เกิดความต้องการสินค้าไทยมีสูง และเมื่อพ่อค้าพม่าไม่สามารถนำเข้าสินค้าไทยตามวิถีการค้าในระบบ ก็จะเกิดขบวนการลักลอบนำเข้า จึงทำให้สถานการณ์การค้าชายแดนไทย-พม่า อยู่ในวังวนของการค้าชายแดนและกองกำลังชนกลุ่มน้อย มาโดยตลอด

2. ปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ยาเสพติด โรคติดต่อชายแดน และการนำเข้า/ส่งออกสินค้าโดยไม่ผ่านวิธีการศุลกากร มีอยู่ตลอดแนวชายแดน ทั้งนี้การเปิดพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนกาญจนบุรี หากไม่มีมาตรการรองรับ/จัดการปัญหาดังกล่าว อาจทำให้สถานการณ์มีความรุนแรงขึ้น

3. พื้นที่ชายแดนฝั่งพม่าบางส่วนอยู่ในความดูแลของชนกลุ่มน้อย ซึ่งมีบทบาทอย่างมากต่อการค้าชายแดน และการผ่านเข้า-ออกบริเวณที่เป็นเขตอิทธิพลของกองกำลังชนกลุ่มน้อย จึงก่อให้เกิดการค้านอกระบบ ซึ่งรัฐบาลพม่าถือว่าผิดกฎหมาย อีกทั้งบางบริเวณเป็นแหล่งผลิตยาเสพติด และขบวนการส่งคนจีนออกนอกประเทศโดยผิดกฎหมาย ซึ่งคนจีนเหล่านี้เริ่มมีอิทธิพลกระทบต่อความมั่นคงภายในของประเทศเป้าหมายมากขึ้นโดยลำดับ

4. ยังไม่มีการปักปันเขตแดนไทย-สหภาพพม่า ส่งผลทำให้ต้องกันพื้นที่และควบคุมการพัฒนาในฝั่งไทยไม่ให้กระทบต่อการปักปันเขตแดนในอนาคต

5. จุดผ่านแดนกาญจนบุรีเป็นจุดผ่านแดนชั่วคราวซึ่งไม่ส่งเสริมการค้าเท่ากับจุดผ่านแดนถาวร ทำให้มูลค่าการค้าชายแดนมีน้อย อีกทั้งมีปัญหาสินค้าบางประเภทที่ไม่สามารถเก็บภาษี และ

นำเข้า/ส่งออกได้ เนื่องจากขัดกับมาตรการทางกฎหมาย นอกจากนั้นความตกลงสินค้าผ่านแดนซึ่งไทยและสหภาพพม่าลงนามแล้วบางฉบับยังไม่มีผลในทางปฏิบัติจริง

การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจชายแดนกาญจนบุรี

จังหวัดกาญจนบุรี มีศักยภาพสูงในการเป็นเขตเศรษฐกิจชายแดน และมีขีดความสามารถเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจภาคตะวันตก ในด้านการค้าการลงทุนชายแดน ได้อย่างดีเขตเศรษฐกิจชายแดนกาญจนบุรี เมื่อเชื่อมโยงกับท่าเรือน้ำลึกทวาย จะทำให้สามารถขนส่งและแปรรูป วัตถุดิบและสินค้าสู่ตลาดโลกได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยจะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจหลัก ที่จะกระตุ้นการพัฒนาอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมต่างๆ ของภาคตะวันตก

พุน้ำร้อน
สาเหตุที่พิจารณาว่าพื้นที่บริเวณนี้มีความเหมาะสมที่จะพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจชายแดนเมื่อเปรียบเทียบกับแนวพื้นที่อื่น เนื่องจาก

(1) การพัฒนานิคมอุตสาหกรรม และท่าเรือน้ำลึกทวาย จะเปิดประเทศสู่เส้นทางเดินเรือใหม่ของโลก โดยจะมี Transborder Corridor มาเชื่อมโยงกับไทยบริเวณบ้านพุน้ำร้อน จังหวัดกาญจนบุรี เป็น โอกาสในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจชายแดนกาญจนบุรี เพื่อรองรับอุตสาหกรรมหนักในนิคมอุตสาหกรรมทวาย โดยจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนของกาญจนบุรี

(2) มีบริการสนับสนุนอย่างเพียงพอจากเมืองกาญจนบุรี (บริการธุรกิจ การศึกษา ฯลฯ)

(3) จังหวัดกาญจนบุรีสามารถเชื่อมโยงสู่กรุงเทพฯ ได้อย่างรวดเร็ว โดยมีระยะทาง 128 กม.ถึงกรุงเทพฯ 258 กม. ถึงท่าเรือแหลมฉบัง และ 478 กม. ถึงชุมพร

(4) จังหวัดกาญจนบุรีมีพื้นที่ที่ใช้ในราชการทหารขนาดใหญ่ ซึ่งมีโอกาสขอใช้บางส่วนเพื่อจัดตั้งเขตเศรษฐกิจชายแดน

(5) เขตเศรษฐกิจชายแดนกาญจนบุรี เมื่อผนวกกับโครงการนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึกทวาย จะมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขข้อจำกัดการขยายพื้นที่อุตสาหกรรมของประเทศไทย และ

สนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

การเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุน

การพัฒนาโครงข่ายขนส่งคุณภาพสูงระหว่างกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี-บ้านพุน้ำร้อนเพื่อเชื่อมโยงกับ Transborder Corridor จากโครงการ Dawei Development เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเร่งพิจารณาดำเนินการ เพื่อให้เกิดโครงข่ายขนส่งที่มีคุณภาพ เชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์และการค้าการลงทุน ระหว่างประเทศไทยกับสหภาพพม่า และเชื่อมโยงศักยภาพทางเศรษฐกิจระหว่างเขตเศรษฐกิจพิเศษ Dawei กับเขตเศรษฐกิจชายแดนกาญจนบุรี ซึ่งหมายรวมถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดในภาคตะวันตกทั้งหมด

แผนการพัฒนาทางหลวงในอนาคต

โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่-นครปฐม-กาญจนบุรี ระยะทาง 97 กม. เป็นทางหลวงพิเศษแนวใหม่บนพื้นดิน ขนาด 4-6 ช่อง จราจร ควบคุมทางเข้า-ออก แบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 บางใหญ่-นครปฐม ระยะทาง 47 กม. ก่อสร้าง 6 ช่องจราจร และช่วงที่ 2 นครปฐม-กาญจนบุรี ระยะทาง 50 กม. ก่อสร้าง 4 ช่องจราจร โดยผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว อยู่ระหว่างพิจารณาแหล่งทุนเพื่อดำเนินการก่อสร้าง

โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสาย กาญจนบุรี-ชายแดนไทย/พม่า บ้านพุน้ำร้อน) ระยะทาง 70 กม. อยู่ระหว่างเสนอของบประมาณปี 2555 เพื่อจ้างศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อมเงื่อนไขการออกแบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองทั้งสองโครงการ จะต้องเตรียมพื้นที่สำหรับเส้นทางรถไฟ รวมทั้งสายส่งไฟฟ้า ระบบท่อ และสิ่งอำนวยความสะดวกบนเส้นทางให้มีความเหมาะสมและสามารถเชื่อมต่อกับ Transborder Corridor ที่มาจากสหภาพพม่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบรถไฟและลานกองตู้สินค้า แผนการพัฒนาระบบรถไฟในอนาคต การศึกษาแผนแม่บทการพัฒนาระบบรางและรถไฟความเร็วสูงของสำนักงาน นโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม เสนอแนะให้มีการพัฒนาเส้นทางรถไฟสายตะวันตกเพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ในเส้นทางสายน้ำตก-ด่านเจดีย์สามองค์ ระยะทาง 135 กม. แต่ยังไม่มีการศึกษาเพื่อเชื่อมโยงทางรถไฟถึงบ้านพุน้ำร้อนเพื่อเชื่อมโยงกับพื้นที่อุตสาหกรรมทวาย

ทางอากาศ ภาคตะวันตกมี สนามบิน 4 แห่ง อยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี 1 แห่ง คือ สนามบินสุรสีห์ อยู่ในจังหวัดราชบุรี 1 แห่ง คือ สนามบินโพธาราม และอยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 2 แห่ง คือ สนามบินประจวบคีรีขันธ์ และท่าอากาศยานหัวหิน ซึ่งเป็นสนามบินแห่งเดียวในภาคตะวันตกที่ใช้ในเชิงพาณิชย์

กาญจนบุรี ยังไม่มีสนามบินที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ มีแต่สนามบิน พล.ร.9 ในความรับผิดชอบของกองพลทหารราบที่ 9 ซึ่งใช้เพื่อภารกิจทางทหาร โดยมีศักยภาพที่จะปรับปรุงเพื่อใช้ในกิจการพาณิชย์ได้ สนามบินสุรสีห์ตั้งอยู่ที่ตำบลลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ห่างจากตัวเมือง 30 กิโลเมตร

"สุกำพล"ลุยสร้างถนน-รถไฟเชื่อมทวาย4.5หมื่นล้าน

พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่ากระทรวงฯมีแผนผลักดันระบบคมนาคมขนส่ง เพื่อเชื่อมท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวายในพม่ามายังไทย ทั้งในส่วนของถนน และทางรถไฟ ในส่วนของรถไฟจะขยายแนวเส้นทางรถไฟ ปัจจุบันสิ้นสุดที่จ.กาญจนบุรี เชื่อมต่อไปยังชายแดนไทย-พม่า การสร้างท่าเรือน้ำลึกทวายต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง โดยวันที่ 7 ม.ค.นี้ ตนได้รับเชิญจากกระทรวงการคลัง ร่วมคณะเดินทางไปทวาย เพื่อดูความคืบหน้าโครงการก่อสร้างท่าเรือและนิคมฯทวาย

นายวันชัย ภาคลักษณ์ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่ากรมฯมีแผนก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือ มอเตอร์เวย์ สายบางใหญ่-นครปฐม-กาญจนบุรี ระยะทาง 98 กม. เงินลงทุน 45,886 ล้านบาท เป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 4,851 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 40,495 ล้านบาท และค่าควบคุมงาน 540 ล้านบาท โครงการนี้จะรองรับการคมนาคมขนส่งเชื่อมต่อท่าเรือน้ำลึกทวาย เป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายการเชื่อมโยงระบบคมนาคมระหว่างประเทศในกลุ่มอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง พม่า-ไทย-กัมพูชา รวมทั้งเป็นโครงข่ายทางสายหลักเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆ ในภาคตะวันตก

กรมฯได้สำรวจและออกแบบรายละเอียดโครงการแล้วเสร็จมาตั้งแต่แต่ปี 2552 ซึ่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ให้ความเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมช่วงบางใหญ่-บ้านโป่ง ตั้งแต่ปี 2541 ส่วนช่วงบ้านโป่ง-กาญจนบุรี ได้รับความเห็นชอบเมื่อปี 2546 ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางและรูปแบบการลงทุนรูปแบบ Public Private Partnership หรือ PPPs โดยให้เอกชนร่วมลงทุน ได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการศึกษาจากธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี คาดผลการศึกษาจะเสร็จปี 2555

ทั้งนี้เพื่อให้การเชื่อมต่อมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-นครปฐม-กาญจนบุรี สามารถเชื่อมต่อไปถึงชายแดนพม่าได้ จึงได้จ้างบริษัทศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการมอเตอร์เวย์สายกาญจนบุรี-ชายแดนไทย-พม่า ที่บ้านพุน้ำร้อน ระยะทาง 70 กม. คาดใช้เวลาศึกษา 1 ปี

“มั่นใจจะสร้างระบบถนนไปเชื่อมต่อการคมนาคมที่ท่าเรือน้ำลึกทวายได้ทันความต้องการ โดยเฉพาะมอเตอร์เวย์ เพราะโครงการพร้อมอยู่แล้วรอเพียงรูปแบบการลงทุน ระหว่างนี้ยังมีทางหลวงแผ่นดินที่เชื่อมต่อชายแดนพม่าที่บ้านพุน้ำร้อนอีก 2 ช่องจราจร ยังรองรับการจราจรได้” นายวันชัย กล่าว

ที่ผ่านมาเคยประกาศเชิญชวนผู้สนใจยื่นข้อเสนอร่วมลงทุนในโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ สายบางใหญ่-นครปฐม-กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2543 แต่ไม่มีเอกชนรายใดสนใจยื่นข้อเสนอลงทุน โดยเปิดให้สัมปทานเอกชน แต่เอกชนต้องจัดหาเงินลงทุนก่อสร้าง และได้สิทธิการบริหารจัดเก็บค่าผ่านทาง การประกวดราคาครั้งต่อไปจะเปลี่ยนรูปแบบการลงทุน โดยรัฐบาลจะเป็นผู้พิจารณารูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมเอง

สำหรับรูปแบบโครงการมอเตอร์เวย์บางใหญ่-นครปฐม-กาญจนบุรี จะก่อสร้างเป็นทางหลวงมาตรฐานสูง ควบคุมการเข้า-ออกอย่างสมบูรณ์ เก็บค่าผ่านทางตามระยะทางหรือระบบปิด การก่อสร้างแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงบางใหญ่-นครปฐม ขนาด 6 ช่องจราจร ระยะทาง 51 กม. ช่วงนครปฐม-กาญจนบุรี 4 ช่องจราจร ระยะทาง 47 กม. คาดใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี

นอกจากนั้น ยังมีแผนเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างท่าเรือน้ำลึกทวายกับท่าเรือแหลมฉบัง โดยใช้แนวเส้นทาง ชายแดนพม่า-กาญจนบุรี-ทางหลวงสาย 323 สาย 4 สาย 338-วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก-วงแหวนรอบนอกด้านใต้-ทางหลวงสาย 34-มอเตอร์เวย์สาย 7-ท่าเรือแหลมฉบัง และเส้นทางมอเตอร์เวย์ในอนาคตจะเริ่มจากกาญจนบุรี-นครปฐม-บางใหญ่-วงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก-มอเตอร์เวย์สาย 7-ท่าเรือแหลมฉบัง


นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่าปัจจุบันทางรถไฟสายตะวันตกสิ้นสุดที่น้ำตกไทรโยค จ.กาญจนบุรี หากจะต่อเชื่อมไปยังชายแดนพม่า เพื่อรองรับการขนส่งจากท่าเรือน้ำลึกทวาย ต้องศึกษาแนวเส้นทางที่มีความเหมาะสมก่อนว่า จะใช้แนวเส้นทางใดเพื่อเชื่อมไปยังชายแดนไทย-พม่า หากกระทรวงคมนาคมมีนโยบายดำเนินการ ร.ฟ.ท. จะศึกษารายละเอียดต่อไป

ที่มา The Nation
15:08 | 0 comments | Read More

บ้านพุน้ำร้อน

              
  บ้านพุน้ำร้อน ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี สุดเขตชายแดนไทยพม่า แต่เดิมเป็นเพียงพื้นที่ติดแนวชายแดนที่มีชาวบ้านทั้งไทยและพม่าอาศัยอยู่เพียงบ้านเล็กๆ แต่หลังจากที่รัฐบาลพม่าทำการเปิดประเทศให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนและดำเนินการพัฒนาประเทศพม่าก็ได้มีโครงการต่างๆเกิดขึ้นมากมายทั้งด้านสารธารณูปโภค การเงิน อุตสาหกรรม การขนส่ง ทำให้เงินทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาในพม่าอย่างไม่ขาดสาย มีโปรเจคใหญ่ๆเกิดขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นคือโปรเจคท่าเรือน้ำลึกทวายซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าหากโปรเจคนี้ดำเนินการสำเร็จ พม่าจะกลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์อาเซียนทันที ซึ่งประเทศไทยเองย่อมได้ผลประโยชน์มากมายจากโครงการนี้แน่นอน นักลงทุนและนักวิชาการต่างๆรวมถึงรัฐบาลไทยได้เล็งเห็นความสำคัญของโอกาสในครั้งนี้จึงเร่งดำเนินการพัฒนาความสัมพันธ์และครี่คลายปัญหาตามแนวชายแดนกับประเทศพม่าโดยเร็ว และรัฐบาลได้วางโครงการพัฒนาบ้านพุน้ำร้อนซึ่งอนาคตจะให้พัฒนาเป็นเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งหน่วยงานต่างๆทั้งในจังหวัดกาญจนบุรีก็ได้เร่งดำเนินการวางผังโครงสร้างเมืองและจัดสรรที่ดินในบ้านพุน้ำร้อนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการพัฒนาหมู่บ้านแห่งนี้ให้เป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญและอาจใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย




  สารบัญเว็บไทย
14:07 | 0 comments | Read More