ยินดีต้อนรับ

ยินดีต้อนรับผู้ที่สนใจข้อมูลโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายทุกท่าน
Loading...

บทความ

Best Blogger Tips

ข่าวสาร - กรุงเทพธุรกิจ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

ขายที่ดินโฉนด ต.กอนโด อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ไร่ละ 850,000 บาท ทำเลติดถนนใหญ่

Written By Jazzy on 21 มิถุนายน 2558 | 09:30

ขายที่ดินโฉนด ต.กอนโด อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ไร่ละ 850,000 บาท ทำเลติดถนนใหญ่

รองรับอนาคต กาญจนบุรียังกำลังพัฒนาเป็นจังหวัดเศรษฐกิจพิเศษชายแดนไทย-พม่า

ติดต่อ คุณปัญญา 083-505-9464
09:30 | 0 comments | Read More

พุน้ำร้อนยังมีอนาคต 6 เดือนค้าชายแดนพุ่ง 100 ล้าน

Written By [v] on 7 มิถุนายน 2558 | 21:15



นโยบายของรัฐบาลที่ให้ด่านถาวรพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 2 ซึ่งจะเริ่มดำเนินการพัฒนาในช่วงปี 2559 คือความหวังที่จะพลิกให้เศรษฐกิจของ จ.กาญจนบุรี มีการขยายตัวและพัฒนา
แต่อย่างไรก็ตาม ทิศทางการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรี ประเด็นสำคัญที่สุดยังคงเป็นความชัดเจนโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ซึ่งรัฐบาลพม่า รัฐบาลไทย และกลุ่มทุนไทยไม่อาจแบกรับได้ทั้งหมด การจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจขึ้นมาบริหารโครงการตามข้อตกลงของรัฐบาลทั้งสองประเทศจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ซึ่งในอนาคตอาจมีฝ่ายที่สามเข้ามาร่วมลงทุน ซึ่งทุกฝ่ายกำลังหมายตาไปที่ญี่ปุ่น
แม้ทวายโปรเจกต์จะยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งทำให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติยังรีรอที่จะเดินหน้าลงทุนในพื้นที่นี้อย่างเต็มรูปแบบ ขณะเดียวกันการเก็งราคาที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวก็ทำให้ราคาสูงขึ้นเกินความเป็นจริง ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อไปในอนาคต แต่ไม่ว่าอย่างไร จุดผ่านแดน ด่านการค้า ประตูเชื่อมเศรษฐกิจแห่งนี้ก็ยังมีศักยภาพในการค้าชายแดนที่น่าจับตา
วรวิทย์ เมฆนพรัตน์ พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ด่านถาวรบ้านพุน้ำร้อนได้รับการประกาศเปิดเป็นจุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2556 เพื่อรองรับการเจริญเติบโต การขยายตัวด้านเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนระหว่างไทย-พม่า โครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย ซึ่งจะส่งผลให้ด่านถาวรบ้านพุน้ำร้อนมีบทบาทสำคัญในด้านการค้าระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ ขณะนี้มีผู้ประกอบการสนใจเข้าไปลงทุนในฝั่งนี้เป็นจำนวนมาก เช่น ธุรกิจบ้านจัดสรร ห้องเย็น โรงน้ำแข็ง และการประมง เป็นต้น แต่ประสบปัญหาเรื่องสาธารณูปโภคและราคาที่ดินที่สูงมาก
“หากดูการค้าขายนำเข้า-ส่งออกทางด่านบ้านพุน้ำร้อนจะเห็นว่าในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมามีการค้าขายมีการเคลื่อนไหวตลอดตั้งแต่เดือน ต.ค. 2557-มี.ค. 2558 ยอดการส่งออกมีมูลค่ากว่า 97 ล้านบาท ยอดการนำเข้ามูลค่ากว่า 45 ล้านบาท ได้ดุลการค้ากว่า 52 ล้านบาท สินค้าพระเอกที่มีการส่งออกลำดับต้นๆ ได้แก่ น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เครื่องจักรทำถนนเก่า น้ำมันเบนซินไร้สาร รถยนต์เก่าใช้แล้ว อุปกรณ์ก่อสร้าง วัสดุสำหรับก่อสร้าง หมากแห้ง แบตเตอรี่ ลูกกลิ้งลำเลียง ท่อน้ำ ส่วนสินค้านำเข้า ได้แก่ ถ่านหินลิกไนต์ อาหารทะเล ไม้ไผ่ลำ โค-กระบือ”
พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี บอกอีกว่า อย่างไรก็ตาม การค้าขายดังกล่าวแม้จะอยู่ในสภาพที่ยังไม่มีความชัดเจนของโครงการท่าเรือน้ำลึก หรือความคืบหน้าในการสร้างถนนบ้านพุน้ำร้อน-ทวาย แต่เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นการเติบโตในเชิงของการค้าชายแดน ที่ยังไม่ได้รวมการค้าหรือธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวที่ผ่านชายแดนบ้านพุน้ำร้อน ซึ่งมีทั้งชาวทวายที่เข้ามาเที่ยวกาญจนบุรี และชาวไทยที่ต้องการไปเปิดหูเปิดตาที่เมืองทวาย มูลค่าการค้าเชิงท่องเที่ยวนี้มีมูลค่าไม่น้อย ทั้งจากค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่ารถตู้ แต่ยังไม่ปรากฏตัวเลขที่ชัดเจน

เครดิต
http://www.posttoday.com/
21:15 | 0 comments | Read More

ค้าชายแดนด่านพุน้ำร้อน143ล."ธุรกิจอสังหาฯ-ห้องเย็น"แห่ลงทุนรับทวาย


อานิสงส์ทวายโปรเจ็กต์ดันด่านพุน้ำร้อนคึกคัก เมียนมาจ่อสร้างถนน 2 เลน 132 กิโลเมตร เชื่อมทวาย-พุน้ำร้อน ไทยเตรียมให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ด้านพาณิชย์กาญจน์เผยตัวเลขค้าชายแดน 2 ไตรมาสแรกโตสดใส 143 ล้านบาท เร่งหนุนท่องเที่ยวผ่านด่าน ขณะที่ราคาที่ดินแพงลิ่ว หลังประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษ เฟส 2 วอนรัฐบาลจัดระเบียบ

นายธีรชัย ชุติมันต์ ประธานหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางไปลงนามเซ็นสัญญาความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่างไทย ญี่ปุ่น และเมียนมา ในการพัฒนาโครงการทวาย ที่ประเทศญี่ปุ่นในเดือนกรกฎาคมนี้ รวมทั้งเดินหน้าโครงการรถไฟรางคู่-ความเร็วสูง สายแหลมฉบัง-กรุงเทพฯ-กาญจนบุรี-พุน้ำร้อนว่า ที่ผ่านมาการพัฒนาโครงการทวายดูเหมือนจะชะลอตัวลงไป แต่ขณะนี้รัฐบาลให้ความสำคัญและผลักดันโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย โดยเฉพาะการที่ญี่ปุ่นจะเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการระยะที่ 2 จึงเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้โครงการทวายคืบหน้าไปได้รวดเร็วขึ้นประกอบกับมีโครงการรถไฟรางคู่-ความเร็วสูงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพในการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง

ด้านนายวรวิทย์ เมฆนพรัตน์ พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า โครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย จะส่งผลให้ด่านถาวรบ้านพุน้ำร้อนที่ประกาศเปิดเป็นจุดผ่านแดนถาวร เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา มีบทบาทสำคัญในด้านการค้าระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ ขณะนี้มีผู้ประกอบการสนใจเข้ามาลงทุนในจังหวัดกาญจนบุรีเป็นจำนวนมาก เช่น ธุรกิจบ้านจัดสรร ห้องเย็น โรงน้ำแข็ง และการประมง เป็นต้น แต่ยังประสบปัญหาเรื่องสาธารณูปโภคและที่ดินราคาสูงมาก

สำหรับการค้าชายแดนผ่านด่านบ้านพุน้ำร้อนในช่วง2ไตรมาสของปีงบประมาณ 2558 (ต.ค. 57-มี.ค. 58) มีมูลค่ารวม 143,372,178 บาท แบ่งเป็นมูลค่าการส่งออก97,897,303 บาท นำเข้า 45,474,874 บาท ได้ดุลการค้า 52,422,428 บาท โดยสินค้าพระเอกที่มีการส่งออกลำดับต้น ๆ ได้แก่ น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เครื่องจักรทำถนนเก่าน้ำมันเบนซินไร้สาร รถยนต์เก่าใช้แล้ว อุปกรณ์ก่อสร้าง สินค้านำเข้าได้แก่ ถ่านหินลิกไนต์ อาหารทะเล ไม้ไผ่ลำ โค-กระบือ เป็นต้น

"การค้าขายดังกล่าวสะท้อนให้เห็นการเติบโตด้านการค้าชายแดน ที่ยังไม่ได้รวมการค้าหรือธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวที่ผ่านชายแดนบ้านพุน้ำร้อน ซึ่งมีทั้งชาวทวายที่เข้ามาเที่ยวกาญจนบุรี และชาวไทยที่ต้องการไปเปิดหูเปิดตาที่เมืองทวาย มูลค่าการค้าเชิงท่องเที่ยวนี้นับเป็นวงเงินที่ไม่น้อยที่เกิดจากการใช้จ่าย ทั้งค่าที่พัก อาหาร และเช่ารถตู้"


นายวรวิทย์กล่าวว่า โครงการทวายนอกเหนือจากการที่บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นภาคเอกชนของไทยที่ชนะการประกวดราคาโครงการพัฒนาทวายในระยะแรกแล้วการที่รัฐบาลให้ความสำคัญและผลักดันโดยเฉพาะการที่ญี่ปุ่นจะเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการระยะที่2รวมถึงรัฐบาลเมียนมาจะลงทุนก่อสร้างถนน2 เลน เชื่อมโยงจากโครงการทวายมายังชายแดนบ้านพุน้ำร้อน ระยะทาง 132 กิโลเมตร โดยไทยจะสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำนั้น สิ่งเหล่านี้จะทำให้มีการขับเคลื่อนด้านการค้าชายแดนที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีความชัดเจน

นายวรวิทย์กล่าวอีกว่า หากนำไปรวมกับความชัดเจนจากนโยบายที่รัฐบาลได้กำหนดให้จังหวัดกาญจนบุรีเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) เฟสที่ 2 ในปี 2559 ในพื้นที่อำเภอเมือง จำนวน 2 ตำบล ประกอบด้วย ต.บ้านเก่า และ ต.แก่งเสี้ยน จะทำให้มีแรงขับเคลื่อนถึง4 แรง ดังนั้นหากการก่อสร้างถนน 2 เลน จากทวายถึงบ้านพุน้ำร้อนเสร็จเร็วเท่าไหร่ก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการค้าชายแดนจากเดิมเส้นทางระนอง-ทวายจะเบนเข็มมาเป็นกาญจนบุรี-ทวายอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามหลังประกาศเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษการลงทุนที่เด่นชัดในจังหวัดกาญจนบุรี คือ อสังหาริมทรัพย์ เช่น อพาร์ตเมนต์ โรงแรม มีทั้งยักษ์ใหญ่ เช่น บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) และนักลงทุนท้องถิ่น ขณะที่ราคาที่ดินก็ปรับตัวสูงขึ้น มีการเก็งกำไรกันมากขึ้น

"นักลงทุนบางรายอาจจะสู้ค่าที่ดินไม่ไหว เขตเศรษฐกิจพิเศษอาจสะดุดได้ จะกลายเป็นเขตที่ดินแพงเป็นพิเศษแทน รัฐบาลต้องเข้ามาจัดระเบียบแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เหมาะสม ซึ่งจะทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจ" นายวรวิทย์กล่าว





ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
21:01 | 0 comments | Read More

กาญจน์เร่งตั้งศูนย์ราชการชั่วคราวเปิดด่านบ้านพุร้อนรับทวายโปรเจกต์



พ่อเมืองกาญจน์สั่งเร่งตั้งศูนย์ราชการชั่วคราวอำนวยความสะดวก เปิดด่านการค้าผ่านแดนบ้านพุน้ำร้อน ให้บริการกลางเดือนมิ.ย.รองรับทวายโปรเจกต์...

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2556 นายกาศพล แก้วประพาฬ รอง ผวจ.กาญจนบุรี พร้อมผู้เกี่ยวข้อง และตัวแทนบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ลงพื้นที่บริเวณโรงเรียนบ้านพุน้ำร้อน หมู่ 12 ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ตรวจพื้นที่ก่อสร้างศูนย์ราชการชั่วคราว ในการรองรับการเปิดด่านการค้าผ่านแดนชั่วคราวบ้านพุน้ำร้อน เพื่อรองรับการประสานงานจากด่านทิกิ เมืองทวาย ประเทศเมียนมาร์ ที่ได้เปิดด่านตั้งแต่ 11 พ.ค. 2556 ที่ผ่านมา

นายกาศพล กล่าวว่า สืบเนื่องจากรัฐบาลไทยมีนโยบายในการเร่งการเปิดด่านผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน ดังนั้นเพื่อให้การเปิดด่านเป็นไปได้อย่างเร็วที่สุด นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ ผวจ.กาญจนบุรี จึงสั่งการให้ตนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ก่อสร้างศูนย์ราชการชั่วคราว ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด และอบต.บ้านเก่า ให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวก ประกอบด้วยด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร ด่านกักสัตว์ของกรมปศุสัตว์ และที่ทำการชั่วคราวบริการออกบัตรผ่านแดน คาดว่าจะให้บริการประมาณกลางเดือนมิ.ย. ก่อนกำหนดเดิมวันที่ 1 ก.ค.

ข่าวจากไทยรัฐออนไลน์
20:59 | 0 comments | Read More

สำรวจ ด่านบ้านพุน้ำร้อน-ทวายประตูเศรษฐกิจน้องใหม่ "ไทย-พม่า"

Written By [v] on 19 พฤษภาคม 2558 | 17:41


"ด่านบ้านพุน้ำร้อน" ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นด่านถาวรที่อยู่ตรงข้ามกับด่านทิกิ เมืองทวาย รัฐตะนาวศรี ประเทศพม่า สภาพของด่านศุลกากรและด่านตรวจคนเข้าเมืองทางฝั่งไทยในปัจจุบันยังเป็นที่ทำการชั่วคราวอยู่ติดกับด่านศุลกากร เป็นจุดตรวจของหน่วยทหารพราน ปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงอยู่ในพื้นที่ควบคู่ไปด้วย

ทีมข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" ลงพื้นที่สำรวจความเคลื่อนไหวด้านการค้าการลงทุนในพื้นที่ด่านบ้านพุน้ำร้อนอีกครั้ง หลังจากรัฐบาลประกาศให้เป็นด่านถาวรเมื่อกลางปี 2556 โดยเริ่มต้นจากตัวเมืองกาญจนบุรี ข้ามแม่น้ำแคว ใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 323 ผ่านหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ผ่านแยกแก่งเสี้ยน ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าถนน 3229 มุ่งหน้าตำบลบ้านเก่า 

สภาพถนนช่วงนี้เป็นถนนลาดยางค่อนข้างดี ขนาด 2 ช่องจราจร บางช่วงอยู่ระหว่างการขยายทางและปรับปรุงตามโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 3229 ตอนแยกทางหลวงหมายเลข 323-แควน้อย (บ้านเก่า) เริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2557 

เส้นทางดังกล่าวสามารถรองรับการเดินทางสัญจรได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น โดยรัฐบาลไทยมีแผนที่จะสร้างโครงการถนนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ช่วงกาญจนบุรี-บ้านพุน้ำร้อน รองรับโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย 

ส่วนบรรยากาศการค้าขายในบริเวณด่านชายแดนยังไม่คึกคักมากนัก เนื่องจากเพิ่งเปิดเป็นจุดผ่านแดนถาวรได้ไม่นาน ประกอบกับการขนส่งสินค้าจากไทยไปพม่ายังทำได้ลำบาก ด้วยข้อจำกัดของถนนลูกรังที่ใช้สัญจรชั่วคราวเท่านั้น และส่วนใหญ่เป็นทางลาดชัน

สำหรับพื้นที่บริเวณหน้าด่านตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับสำนักงานชั่วคราวของอิตาเลียนไทย พบว่ามีประชาชนทั้งไทยและพม่าเดินทางเข้า-ออกเป็นระยะ โดยเฉพาะประชาชนพม่าได้ข้ามมาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากฝั่งไทย โดยใช้รถกระบะในการบรรทุกสินค้า

ส่วนในฝั่งพม่า บริเวณที่ติดชายแดนไทยนั้น ขณะนี้ได้มีการเปิดปั๊มน้ำมันและร้านขายสินค้าที่ข้ามจากฝั่งไทย ประเภทสินค้าที่ขายดีคือ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคแบรนด์ไทยเกือบ 90% 

ทุ่มพันล.สร้างด่านใหม่เสร็จปี"62

"สิทธิชัย จึงจิรานนท์" นายด่านศุลกากรสังขละบุรี บอกว่า ขณะนี้กรมศุลกากรได้รับงบประมาณศึกษาวิเคราะห์ความเหมาะสมและออกแบบ โครงการก่อสร้างด่านศุลกากรบ้านพุน้ำร้อน มูลค่า 1,110 ล้านบาท เนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ อยู่ห่างจากเส้นแบ่งเขตแดนไทย-พม่า ประมาณ 350 เมตร แบ่งเป็นพื้นที่พัฒนาโครงการด่านศุลกากร 500 ไร่ และพื้นที่กันชน (Buffer Zone) อีก 500 ไร่ เป็นพื้นที่สำหรับส่วนต่อขยายในอนาคต และรองรับกิจกรรมทาง

ด้านโลจิสติกส์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเป็นพื้นที่ป้องกันการบุกรุก ปัจจุบันพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ว่างเปล่า ไม่มีการใช้ประโยชน์ และยังไม่มีปัญหาบุกรุก

"ตอนนี้เราได้รับอนุมัติงบประมาณประมาณ 16-20 ล้านบาท เพื่อนำมาก่อสร้างสำนักงานศุลกากรชั่วคราว ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับด่านศุลกากรที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน เราจะใช้ที่นี่เป็นสำนักงานชั่วคราวไปจนกว่างานก่อสร้างด่านศุลกากรที่ได้รับอนุมัติงบประมาณมาจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2562"

กัน 8 พันไร่วางผังชุมชนชายแดน 

ขณะที่ "สรรเพชญ ศลิษฏ์อรรถกร" ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ทางจังหวัดอยู่ระหว่างขอใช้พื้นที่จากกองทัพบกประมาณ 8 พันไร่ จากทั้งหมดประมาณ 1.6 หมื่นไร่ เพื่อนำมาวางผังชุมชนชายแดนบ้านพุน้ำร้อนสำหรับใช้ในส่วนสนับสนุนการเปิดด่าน ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างด่านศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจ คล้ายกลับเป็นศูนย์ราชการ ฯลฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ราบทั้งหมด คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร 

สำหรับความคืบหน้าในการศึกษาถนนมอเตอร์เวย์ตั้งแต่ช่วงจังหวัดกาญจนบุรี-บ้านพุน้ำร้อน ได้เลือกมาแล้ว 3 แนว แต่ละเส้นทางมีความยาวประมาณ 79-85 กิโลเมตร ประกอบด้วยแนวเส้นทางที่ 1 มีจุดเริ่มต้นต่อเนื่องจากจุดสิ้นสุดโครงการช่วงบางใหญ่-กาญจนบุรี ผ่านพื้นที่ ต.แก่งเสี้ยน ต.ลาดหญ้า ต.สิงห์ ไปสิ้นสุดที่บ้านพุน้ำร้อน แนวเส้นทางนี้ส่วนใหญ่จะผ่านพื้นที่ทหาร 

แนวเส้นทางที่ 2 มีจุดเริ่มต้นเดียวกับแนวทางเลือกที่ 1 ทับซ้อนกันไปจนถึง ต.หนองขาว อ.เมืองกาญจนบุรี มีสภาพเป็นที่ราบเชิงเขาทอง มุ่งหน้าไปทางตะวันตกอ้อมเขาพังผ่านพื้นที่ค่ายสุรสีห์ ไปตัดแม่น้ำแควใหญ่ จากนั้นจะตัดข้ามทางหลวงหมายเลข 323 ตอนแก่งเสี้ยน-หนองบัว แนวทางวกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือระหว่างเชิงเขา ก่อนจะเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 232 ไปตัดทางรถไฟสายน้ำตก ก่อนข้ามแม่น้ำแควน้อยจนถึงจุดสิ้นสุดโครงการที่บ้านพุน้ำร้อน 

แนวเส้นทางที่ 3 มีจุดเริ่มต้นโครงการที่ กม.84+600 ของแนวทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่-กาญจนบุรี บริเวณบ้านห้วย ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา ข้ามแม่น้ำแม่กลอง บริเวณบ้านใหม่ ตัดทางหลวงหมายเลข 3209 ตอนกาญจนบุรี-อ.ด่านมะขามเตี้ย เข้าสู่บ้านพุน้ำร้อนไปสู่จุดผ่านแดน ซึ่งแนวเส้นทางนี้มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี 

เอกชน-รัฐพื้นที่หนุนเส้นทางที่ 1 

"สรรเพชญ" บอกว่า มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่บริษัทที่ปรึกษาได้เลือกแนวเส้นทางที่ 3 เป็นที่ก่อสร้างโครงการ แต่ภาคเอกชน ราชการ และประชาชนในพื้นที่เห็นว่าแนวเส้นทางที่ 1 น่าจะมีความเหมาะสมที่จะใช้เป็นพื้นที่ก่อสร้างโครงการมากกว่าแนวทางอื่น ๆ เนื่องจากแนวเส้นทางผ่านสถานที่ราชการค่อนข้างเยอะ ทำให้ใช้งบฯค่าเวนคืนน้อยกว่าเส้นที่ 3 และเกิดประโยชน์ต่อภาคการท่องเที่ยว

ขณะที่แนวเส้นทางที่ 3 อยู่ในพื้นที่ต่ำโอกาสน้ำจะท่วมมีค่อนข้างสูง เป็นพื้นที่เอกชนเกือบ 100% อาจมีปัญหาการเวนคืนที่ดิน อีกทั้งถนนที่พาดผ่านเป็นถนนทางหลวงระหว่างเมืองหรือมอเตอร์เวย์ ไม่สามารถข้ามไปมาได้ ซึ่งเจ้าของที่ดินบางแห่งอาจไม่ยอม เพราะไม่มีทางเข้าออก ต่างจากถนนปกติทั่วไป ส่วนแนวเส้นทางที่ 2 คิดว่าเป็นไปได้ยาก เพราะไปทับซ้อนกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3345 

"โครงการมอเตอร์เวย์ช่วงบางใหญ่-เมืองกาญจน์ ในงบฯเงินกู้ 2.2 ล้านล้าน จะได้แค่งบฯค่าเวนคืนที่ดินอย่างเดียว 4,000 กว่าล้านบาท ส่วนงบฯก่อสร้างรัฐบาลน่าจะให้เอกชนมาประมูล ส่วนช่วงเมืองกาญจน์-บ้านพุน้ำร้อน ตั้งกรอบไว้ประมาณปี 2562 ในวันนี้การพัฒนาโครงการต้องสอดคล้องกับความคืบหน้าในการลงทุนของโครงการทวายด้วย ปัจจุบันถนนจริงฝั่งพม่ายังไม่ได้สร้าง ถนนที่ใช้อยู่ปัจจุบันเป็นถนนชั่วคราวที่อิตาเลียนไทยสร้างใช้ชั่วคราว หากการลงทุนไม่ชัดเจน คิดว่าการลงทุนที่จะขยายเข้าไปบ้านพุน้ำร้อนอาจชะลอไปด้วย" 

"สรรเพชญ" บอกด้วยว่า ความคืบหน้าของผลศึกษาแนวเส้นทางมอเตอร์เวย์ ขณะนี้ได้มีการเก็บข้อมูลต่าง ๆ แล้ว แต่ขั้นตอนการตัดสินใจจะเลือกแนวเส้นทางไหน ทางบริษัทที่ปรึกษาไม่ได้มาชี้แจงให้ภาคเอกชนในพื้นที่ได้รับทราบ ทำให้สภาอุตสาหกรรม, หอการค้า, และสมาคมการท่องเที่ยวของจังหวัดกาญจนบุรีได้ทำหนังสือไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้บริษัทที่ปรึกษาเข้ามาชี้แจงเหตุผลที่ให้น้ำหนักเลือกแนวเส้นทางที่ 3 เหมือนกับว่ามีธงอยู่ในใจอยู่แล้ว จึงอยากให้มีการพูดคุยชี้แจงกันให้ครบทุกภาคส่วน อย่าไปทำกันเงียบ ๆ ภาคเอกชนทั้ง 3 องค์กรและอีกหลายแห่งไม่เห็นด้วยกับแนวทางและวิธีการ

อมตะฯผุดนิคมหมื่นล้านรับทวาย

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานเพิ่มเติมว่า บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชั่น อยู่ระหว่างการเสนอโครงการต่อรัฐบาลพม่าเพื่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมในฝั่งพม่า ห่างจากชายแดนไทยประมาณ 3-4 กิโลเมตร เนื้อที่ประมาณ 9,000 กว่าไร่ มูลค่าลงทุนกว่าหมื่นล้านบาท เพื่อรองรับโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย 

คาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนถึงรูปแบบการลงทุนและการพัฒนาโครงการประมาณไตรมาส 1/2557 หากโครงการดังกล่าวสามารถเดินหน้าได้ตามแผนจะทำให้การค้าชายแดนบริเวณดังกล่าวคึกคักอย่างมาก เพราะเป็นแหล่งที่มีแรงงานอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น 

แห่กว้านซื้อที่ดินไร้เอกสารสิทธิ

สำหรับความเคลื่อนไหวราคาที่ดินในพื้นที่พบว่า ที่ดินที่ชาวบ้านใช้ปลูกสร้างที่พักอาศัยและพื้นที่เกษตรส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินราชพัสดุที่หน่วยงานทหารใช้เพื่อความมั่นคง 

ชาวบ้านรายหนึ่งที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านพุน้ำร้อนบอกว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีคนนอกพื้นที่เข้ามากว้านซื้อที่ดินติดถนนที่มุ่งหน้าสู่ด่านบ้านพุน้ำร้อนทั้ง 2 ฝั่งเพื่อไว้ทำการค้าขาย หรือซื้อเก็งกำไร ราคาติดถนนในขณะนี้พุ่งสูงถึงไร่ละ 6 แสนบาท-2 ล้านบาท จากเดิมราคาอยู่ที่ 2 หมื่นบาท/ไร่ขึ้นอยู่กับทำเล 

ขณะนี้ที่ดินติดถนนใหญ่มีนายทุนซื้อไปหมดแล้ว จะเหลือแต่ที่ดินที่อยู่ลึกเข้าไปและเป็นพื้นที่ทำการเกษตรเท่านั้นที่พอจะหาซื้อได้ ซึ่งราคาขายต่อไร่ก็ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ทั้งหมดนี้คือภาพรวมของเศรษฐกิจเมืองกาญจน์ที่กำลังพัฒนาไปทุก ๆ ด้าน เพื่อรองรับเมกะโปรเจ็กต์การลงทุนทั้งจากฝั่งไทยและพม่า โดยเฉพาะโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย ซึ่งจะทำให้ไทยได้รับประโยชน์ในด้านคมนาคม การค้า การขนส่งสินค้า วัตถุดิบ และการท่องเที่ยว

จากนี้ไปจังหวัดกาญจนบุรีจะกลายเป็น "พื้นที่เศรษฐกิจใหม่" เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ เป็นประตูการค้าด้านตะวันตกเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้

ที่มา
http://www.prachachat.net/
17:41 | 0 comments | Read More

ข่าวทวาย "รถไฟไทย-ญี่ปุ่น" เชื่อมการค้าทวายสู่ยุโรป คมนาคมถกเขมรปลดล็อกแลนด์ลิงก์บูมเขต ศก.พิเศษสระแก้ว

Written By [v] on 18 พฤษภาคม 2558 | 16:13



คมนาคมเร่งเครื่องโครงข่ายถนน-รถไฟ จุดพลุเขตเศรษฐกิจสระแก้ว แจ้งเกิดรถไฟไทย-ญี่ปุ่น "บ้านพุน้ำร้อน-กรุงเทพฯ-อรัญประเทศ-แหลมฉบัง" เชื่อมการค้า ลงทุน ท่องเที่ยว3 ประเทศเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ "ไทย-เขมร-เวียดนาม" ข้ามทวีปทะลุอเมริกา-ยุโรป
นายพีระพล ถาวรสุภเจริญผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ภายในเดือนพฤษภาคมนี้คาดว่าจะลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อร่วมกันศึกษาพัฒนาระบบราง 2 เส้นทาง หลังจากผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ประกอบด้วย 1.กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะทาง 672 กิโลเมตร ก่อสร้างเป็นรถไฟความเร็วสูงความเร็ว 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง 2.เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตกตอนล่าง มี 3 ช่วง คือ กรุงเทพฯ-กาญจนบุรี, กรุงเทพฯ-แหลมฉบัง และกรุงเทพฯ-อรัญประเทศ ระยะทางรวม 574 กิโลเมตร เป็นรถไฟทางคู่ราง 1 เมตร

ญี่ปุ่นสนลงทุนแนว ศก.ตอนใต้ 

"ญี่ปุ่นสนใจรถไฟสายชายแดนบ้านพุน้ำร้อน-ด่านชายแดนอรัญประเทศ กับท่าเรือแหลมฉบัง เพราะต้องการเข้าไปลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมทวาย อีกทั้งเส้นนี้จะเชื่อมโยงการค้า การลงทุน และท่องเที่ยวแนวระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ จากทวายผ่านเส้นทางรถไฟไปยังท่าเรือแหลมฉบังและด่านชายแดนไทย-กัมพูชาที่อรัญประเทศ-ปอยเปต โครงข่ายจะไปทั้งทางรถไฟและถนน ทะลุไปยังท่าเรือพนมเปญ กับท่าเรือ Cat Lai ท่าเรือ Cai Mep ที่เมืองโฮจิมินห์ของเวียดนามได้"

อย่างไรก็ตาม เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ระบบโครงสร้างพื้นฐานยังไม่สมบูรณ์มากนัก ระบบรางยังขาดการเชื่อมต่อทางรถไฟอยู่เป็นช่วง ๆ ได้แก่ บริเวณสะพานคลองลึกไปยังด่านปอยเปต ฝั่งประเทศกัมพูชา ระยะทาง 6 กิโลเมตร อยู่ในความรับผิดชอบกัมพูชา ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับญี่ปุ่นสนใจลงทุนให้หรือไม่ เพื่อมาเชื่อมกับรถไฟไทย-ญี่ปุ่นที่จะพัฒนาร่วมกันในอนาคต 

เชื่อมการค้า 3 เมืองใหญ่ 

ผอ.สนข.กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังขาดช่วงจากพนมเปญ-โฮจิมินห์อีก 257 กิโลเมตร ก่อนหน้านี้ในปี 2551 จีนได้ศึกษาโครงการให้ ตามแผนใช้เงินก่อสร้างประมาณ 33,000 ล้านบาท หากดำเนินการแล้วเสร็จจะทำให้เส้นทางรถไฟสายคุนหมิง-สิงคโปร์ครบสมบูรณ์ เชื่อมการเดินทางและการค้ากลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ได้แก่ เมียนมาร์ ไทย ลาว จีน กัมพูชา และเวียดนาม 

"การที่ญี่ปุ่นสนใจลงทุน เพราะหากสำเร็จจะเชื่อมเศรษฐกิจเมืองใหญ่ 3 เมือง 3 ประเทศ คือ กรุงเทพฯ พนมเปญ และโฮจิมินห์ ประกอบกับท่าเรือ Cai Mep ในจังหวัดหวุงเต่าของเวียดนาม เป็นท่าเรือน้ำลึกรองรับเรือ 1 หมื่นตู้คอนเทนเนอร์ เป็นเรือแม่ที่สามารถขนส่งออกไปยังประเทศที่ 3 เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง อเมริกา และยุโรป ขณะที่ไทยสามารถขนส่งสินค้าจากภาคอีสานมาใช้ท่าเรือนี้ได้เช่นกัน นอกเหนือจากใช้ท่าเรือแหลมฉบัง ช่วยลดเวลาการเดินทาง ลดต้นทุนโลจิสติกส์เพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างประเทศในอาเซียนด้วยกันได้"

รถไฟถนนลิงก์ไทย-เขมร 

สำหรับฝั่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) อยู่ระหว่างปรับปรุงรางรถไฟช่วงคลอง 19-แก่งคอย-อรัญประเทศ-สุดสะพานคลองลึก 170 กิโลเมตร ให้เป็นราง 100 ปอนด์ วงเงิน 2,808 ล้านบาท กำหนดแล้วเสร็จเดือนกุมภาพันธ์ 2559

ด้านโครงข่ายถนนทางฝั่งประเทศไทยค่อนข้างสมบูรณ์ แต่จะต้องก่อสร้างใหม่หรือขยายถนนเดิมเพิ่มเติม 3 เส้นทาง วงเงิน 1,500 ล้านบาท เชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจป่าไร่ ได้แก่ 1.ปรับปรุงถนนเดิมสาย 3397 วงเงิน 45 ล้านบาท 2.ตัดถนนใหม่เชื่อมชายแดนไทย-กัมพูชา 15 กิโลเมตร 1,000 ล้านบาท เพื่อเชื่อมด่านป่าไร่กับถนนเลี่ยงเมือง และ 3.ขยายถนนเลียบชายแดนหรือถนนศรีเพ็ญเป็น 4 ช่องจราจร วงเงิน 500 ล้านบาท เตรียมเสนอคณะอนุกรรมการโครงสร้างพื้นฐาน 18 พฤษภาคมนี้ เพื่อเดินหน้าโครงการให้ทันปี 2558-2559 

"บริเวณป่าไร่จะก่อสร้างเป็นด่านถาวรสำหรับขนส่งสินค้า เชื่อมกับเขตเศรษฐกิจโอเนียง-ปอยเปต กัมพูชา ส่วนด่านคลองลึกรองรับเฉพาะนักท่องเที่ยว" ผอ.สนข.กล่าวและว่า ทั้งนี้ ในประเทศกัมพูชาอยู่ระหว่างก่อสร้างปรับปรุงให้เป็นถนน 2-4 ช่องจราจร กำหนดแล้วเสร็จปลายปี 2559-2560 ช่วงจากด่านคลองลึกไปศรีโสภณ-เสียมเรียบ เป็นถนน 2 ช่องจราจรสภาพค่อนข้างดีกับโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างช่วงกัมปงธม-กัมปงจาม 60 กิโลเมตร ส่วนจากกัมปงจาม-พนมเปญ เป็นถนน 4 ช่องจราจรและอยู่ในภาพที่ดี 

เร่งเดินรถระหว่างประเทศ 

นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยเพิ่มเติมว่า การเตรียมพร้อมของประเทศไทยเชื่อมกัมพูชาและเวียดนามคือ พัฒนาเขตเศรษฐกิจ จ.สระแก้ว มีโครงข่ายถนนมารองรับลดความแออัด จุดพักรถขนส่งสินค้าข้ามแดน เนื่องจากกัมพูชายังเน้นขนส่งทางถนนเป็นหลัก และเร่งเชื่อมรถไฟไทย-กัมพูชาที่ยังขาด 6 กิโลเมตรโดยเร็วเพื่อไม่ให้เสียโอกาส ซึ่งรถไฟสายนี้หยุดการให้บริการมา 40 ปีที่แล้ว หากเชื่อมโยงกันสำเร็จจะทำให้ผู้ประกอบการหันมาใช้การขนส่งทางรางมากขึ้น 

สำหรับประเทศเวียดนามมีพื้นที่ชายฝั่งทะเลกว่า 4 หมื่นกิโลเมตรและลึกตลอดแนว จะเน้นสร้างท่าเรือและพัฒนาเขตเศรษฐกิจมารองรับ ปัจจุบันมีสัดส่วนขนส่งทางน้ำ 85% ทางรถ 15% ขณะที่ทางรถไฟยังไม่เน้นมาก โดยมีเส้นทางรถไฟแนวเหนือ-ใต้กว่า 3 พันกิโลเมตรเพื่อการโดยสารเป็นหลัก 

"การเชื่อมโยงระหว่างกัน เส้นทางถนนของไทยค่อนข้างดี แต่ถ้าเข้าแต่ละประเทศทางถนนจะยากและใช้เวลา ในกัมพูชาเส้นทางกำลังปรับปรุงทำให้วิ่งเร็วไม่ได้ ส่วนเวียดนามถนนดีมีมอเตอร์เวย์เชื่อมกับท่าเรือ แต่เข้มงวดวินัยการจราจร และจำกัดความเร็ว 70 กิโลเมตร/ชั่วโมงต่อไปจะต้องมาคุยกันถึงข้อตกลงการเดินรถระหว่างประเทศด้วยเพราะใกล้จะเปิดเออีซีแล้ว จำเป็นต้องมีกฎระเบียบเพื่อให้เชื่อมกันได้มากขึ้น" ปลัดคมนาคมกล่าว

ที่มา
ติดตามข่าวสารผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
16:13 | 0 comments | Read More